เพื่อนๆ คะ
ช่วงปีสองปีมานี้ ดิฉันมีโอกาสได้ทำงานที่มีคุณค่าและได้เติบโตไปพร้อมกับงาน
อยู่ 2 ชิ้น งานแรกคือ งานฝึกอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ ที่จัดร่วมกับ
เสมสิกขาลัย ซึ่งเดิมทีดิฉันก็แค่ช่วยทำกระบวนการบ้างเป็นครั้งคราว
แต่เนื่องจากช่วงหลังมีคนสนใจเป็นจำนวนมาก ก็เลยต้องขยายทีมและสร้าง
กระบวนกรเพิ่มเติม ทำให้ต้องฝึกฝนอย่างมาก แต่ก็ท้าทายและสนุกดีค่ะ
เพราะได้เรียนรู้จากพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้พัฒนาความมั่นคงภายใน
ร่วมกับเพื่อนกระบวนกรด้วยกัน อีกทั้งได้เรียนรู้จากประสบการณ์และเรื่องเล่า
ที่ผู้เข้าร่วมอบรมนำมาแบ่งปันอย่างจริงใจ และหลายครั้งเขาเหล่านั้นก็เป็นครู
ให้กับดิฉันค่ะ
หลังการฝึกอบรมหลายคนบ่นว่าอยากเจอกันบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องทำนองนี้ไปคุยกับคนทั่วไปบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก
จึงอยากมีเวทีหรือนัดหมายมาเจอกันหรือทำกิจกรรมด้วยกันบ้างเป็นระยะ
ดิฉันรับปากว่าจะลองเอาไปคิดดู แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว
งานชิ้นที่สองก็คือ การพัฒนางานอาสาสมัครที่รพ.จุฬา ซึ่งดิฉันไม่เคยมีความรู้
และไม่มีพื้นฐานใดๆ มาก่อนเลย แค่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นมนุษย์
และอยากเห็นงานอาสาสมัครเติบโตในเมืองไทยอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
หลังจากพัฒนาอาสาข้างเตียงมากว่า 2 ปี ดิฉันมีอาสาสมัครที่ผ่านงาน
ดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้ายเกือบ 50 คน
หลายคนอยากทำต่อ บางคนไปทำงานอาสาสมัครประเภทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
บางคนเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ค้นพบคุณค่าความหมายของตน
และส่งผลให้ชีวิตมีความสุขขึ้นไม่มากก็น้อย ในขณะที่อีกหลายคนมีภาระ
ครอบครัวและงานการที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ยังส่งข่าวอยู่เนืองๆ
อาสาสมัครหลายท่านก็กลายมาเป็นกัลยาณมิตรที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ
จนกระทั่งมีอาสาฯ กลุ่มหนึ่ง ชวนกันจัด Meeting ทุก 2 เดือน
ประมาณว่ามากินข้าว พูดคุย ไถ่ถามทุกข์สุขของกันและกัน
จากที่เคยคุยกันสัก 2 ชั่วโมง ก็ขยายเป็น 3-4 ชั่วโมง และกลายเป็น 1 วัน
ครั้งล่าสุด เมื่อ 5 พ.ค. 51 เราชวนกันไปนั่งคุยที่เรือนร้อยฉนำ (เจริญนคร)
เอาขนมข้าวต้มติดมือมากินด้วย บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง
เป็นการพบปะที่ได้อัพเดตชีวิตของแต่ละคนไปด้วย
บางคนก็เจอทุกข์หนักหนาสาหัส บางคนเพิ่งสูญเสียคุณพ่อ บางคนไปบวช
บางคนก็ไปอบรมไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ น่าสนใจ ก็ถือโอกาสเล่าสู่กันฟัง
คราวนั้นมีน้องคนหนึ่งชื่อ "ต๋ำ" เป็นเด็กหนุ่มที่สนใจการเคลื่อนไหวร่างกาย
และการเต้นรำมาก โดยเฉพาะการร่ายรำแบบวัชรยานถึงกับลงทุนไปเรียนกับ
คุรุที่ประเทศเนปาล จนสามารถแสดงการร่ายรำแบบวัชรยานได้อย่างมีพลัง
http://tobeembryo.blogspot.com/2008/05/4-2551.html
ดิฉันเชิญชวนให้น้องต๋ำ สาธิตและร่ายรำให้เราดูเป็นตัวอย่างด้วย
ปัจจุบันน้องต๋ำ ช่วยงานดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ที่มูลนิธิพันดารา
เป็นครั้งคราว และสนใจจะเอาความรู้ที่เล่าเรียนมาช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย
จึงได้เชื่อมร้อยเป็นเครือข่ายกันเอาไว้ แจกเบอร์ขออีเมล์กันวุ่นเลย555
ช่วงท้ายดิฉันได้ปรารภกับเพื่อนๆ ว่า มีหลายคนที่เคยผ่านการอบรมเผชิญ
ความตายอย่างสงบ และอยากมีเวทีพบปะเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง
หากชวนมารวมกันเป็นเวทีที่ใหญ่ขึ้นและเปิดกว้างมากขึ้นจะเป็นไปได้มั้ย
เพื่อนสมาชิกก็เห็นดีด้วยค่ะ แต่ยังอยากให้คงบรรยากาศแบบกันเองเอาไว้
อย่างน้อยมาแล้วไม่ได้อะไร ก็ยังได้มาผ่อนคลาย มากินข้าวกัน
ก็คิดแบบไม่คาดหวังสูงน่ะค่ะ ทำไปเรียนรู้ไป ค่อยๆ ปรับกันไป
ช่วงแรกๆ ตั้งใจว่าจะทำแบบเดิมไปก่อนคือเป็นวงคุยแบบชิลชิล
ตั้งแต่ 10.00 - 16.30 น. กินข้าวกลางวันด้วยกัน ใครมีขนม ผลไม้ อาหาร
ก็ติดมือกันมาคนละอย่างสองอย่าง ขาดเหลืออะไรก็ค่อยไปซื้อเพิ่ม
( เจ้าของสถานที่มีภาชนะให้ยืม แต่ต้องล้างเก็บให้เรียบร้อย )
ช่วงเช้าจะเป็นวงพูดคุยเพราะสมองยังโล่งอยู่ ช่วงบ่ายจะมีการภาวนาและ
ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อฝึกใช้ฐานกายหรือฐานใจบ้าง แทนที่จะใช้หัวอย่างเดียว
รูปแบบกิจกรรมก็คงสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมาสะท้อนความคิดกัน
ในตอนท้าย
ส่วนประเด็นการพูดคุยก็ค่อนข้างเปิดกว้างค่ะ แต่ไม่ถึงกับเรื่อยเปื่อย
อาจจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย ประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย
ระยะสุดท้าย การก้าวข้ามความทุกข์ แนวทางการเติบโตทางจิตวิญญาณ ฯลฯ
โดยที่ทุกคนสามารถเป็นวิทยากรซึ่งกันและกัน หรืออาจเชิญคนข้างนอก
มาพูดบ้างเป็นครั้งคราว อย่างเช่นครั้งหน้า ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค.51
ที่เรือนร้อยฉนำนั้น เราก็ชวน ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ มาพูดคุยเรื่อง
ภาวะใกล้ตายและการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบทิเบต เป็นต้น
นอกจากนี้เรายังเปิดพื้นที่ให้กับประเด็นที่เป็นความสนใจร่วมกันหรือเรื่องราว
ของเพื่อนๆ โดยสามารถนำเสนอเรื่องราวได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเล่า
ประสบการณ์ อ่านบทกวี ร่ายรำ เล่นดนตรี ขับเสภา ฯลฯ ท่านที่สนใจก็สามารถ
เข้าร่วมหรือเข้ามาติดตามหรืออ่านเรื่องราวได้ที่นี่
ในช่วงแรกเราอาจจะค่อยๆ ชวนคนที่คุ้นเคยหรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมของ
เครือข่ายพุทธิกามาก่อน เช่น อาสาสมัคร คนที่เข้าอบรมเผชิญความตายฯ
กลุ่มเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย ฯลฯ เมื่อกลุ่มแข็งแรงขึ้นหรือ
ลงตัวมากขึ้นเราคงเปิดกว้างให้คนทั่วไปเข้าร่วมได้ ยังไงก็เข้ามาติดตาม
หรือแสดงความเห็นได้ที่นี่นะคะ หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ของ
โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ เครือข่ายพุทธิกาค่ะ
(ตามลิงค์ขวามือไปก็ได้ค่ะ)
ด้วยมิตรไมตรีค่ะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น