<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857</id><updated>2011-04-21T11:01:17.380-07:00</updated><category term='ความในใจ'/><category term='เวทีพบปะ'/><category term='ตายสงบ'/><category term='ศิลปะ'/><category term='เช็คอิน'/><title type='text'>สร้างสรรค์ความสุขจากภายใน</title><subtitle type='html'>พื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อการเข้าใจตนเองและเข้าถึงความสุขในการดำเนินชีวิต</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>14</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-8328983193211178735</id><published>2009-03-22T09:08:00.000-07:00</published><updated>2009-03-22T12:14:35.958-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ศิลปะ'/><title type='text'>ศิลปะกับการใคร่ครวญภายใน (1)</title><content type='html'>ฉันก็เหมือนอีกหลายคนที่เคยฝันอยากจะวาดรูปกับเค้าบ้าง&lt;br /&gt;แต่ก็มักหยุดที่ความคิด เพราะรู้สึกว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน&lt;br /&gt;เราคงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก แล้วเราก็ปล่อยให้ความคิดนี้ผ่านไป&lt;br /&gt;วันดีคืนดีก็นึกอยากขึ้นมาอีก วนเวียนอยู่เช่นนี้จนวัยเลยหลักสี่มาหลายปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งวันหนึ่งฉันได้มีโอกาสเรียนวาดภาพกับอ.ผ่อง เซ่งกิ่ง ซึ่งเป็นครูและ&lt;br /&gt;ศิลปินที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะงานด้านศิลปะไทย และศิลปะพื้นบ้าน&lt;br /&gt;การได้เรียนศิลปะกับอ.ผ่อง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก&lt;br /&gt;ฉันได้ทลายกำแพงแห่งความกลัวที่มีต่องานศิลปะและค้นพบศักยภาพในตัวเอง&lt;br /&gt;ที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมจะเรียนรู้และสร้างงานศิลป์ด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;เพราะศิลปะมันไม่ได้อยู่ในตำรา แต่มีอยู่แล้วในตัวเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเริ่มต้นเรียนรู้จากอ.ผ่อง จากการเขียนภาพแบบ contour ซึ่งเป็นพื้นฐาน&lt;br /&gt;ของการพิจารณาวัตถุและการลากเส้นที่เป็นธรรมชาติ อาจารย์เพียงนำผลไม้พื้นบ้าน&lt;br /&gt;3-4 ชนิด มาจัดวางตรงหน้า แล้วให้เราลากเส้นที่แสดงวัตถุนั้น โดยให้สายตาเรา&lt;br /&gt;จับจ้องอยู่ที่วัตถุตลอดเวลา ไม่ต้องมองดูมือที่เขียน ฟังทีแรกออกจะขัดใจเพราะไม่&lt;br /&gt;คุ้นเคย ในใจนึกค้านว่าจะวาดได้อย่างไร ถ้าไม่ให้ก้มมองดูมือที่กำลังวาด ภาพคงดู&lt;br /&gt;ไม่ได้เป็นแน่ แต่อาจารย์ก็บอกว่าไม่สำคัญหรอกว่าภาพจะสวยหรือไม่สวย&lt;br /&gt;ขอเพียงแค่เรามีสมาธิอยู่กับวัตถุตรงหน้า เส้นที่ขีดเขียนออกมาล้วนแต่สวยทั้งนั้น&lt;br /&gt;เพราะเป็นเส้นสายที่เป็นธรรมชาติ อาจารย์ให้กำลังใจและบอกเพียงว่า&lt;br /&gt;ขณะทำต้องผ่อนคลายนะ ผ่อนคลายข้อมือ ทำด้วยใจว่างๆ เดี๋ยวมันสวยเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะทำมีบางช่วงที่รู้สึกเริ่มสนุก เพราะทุกคนก็วาดบิดๆ เบี้ยวๆ กันทั้งนั้น&lt;br /&gt;ไม่เห็นมีใครวาดได้เหมือนเลยสักคน อาจารย์ก็ให้แง่คิดว่า เราไม่ได้ฝึกเรื่องวาดให้&lt;br /&gt;เหมือน แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์แบบใหม่ขึ้นในตัวเรา ค่อยให้กาย (มือ) ใจ&lt;br /&gt;ทำงานไปพร้อมๆ กับการมองเห็นของเราที่มีต่อวัตถุตรงหน้า โดยให้เราฝึกสังเกต&lt;br /&gt;ไปด้วยว่าใจเราในแต่ละขณะเป็นอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร&lt;br /&gt;อยู่ๆ ก็รู้สึกว่า มือมันเคลื่อนตามวัตถุที่เรามองเห็น ทั้งที่เราไม่ได้ก้มลงมองมือที่&lt;br /&gt;กำลังลากเส้นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าใจเรานิ่ง เส้นสายที่ลากก็คมชัด มีความต่อเนื่อง&lt;br /&gt;และมีความเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับวัตถุที่เห็นมากจนน่าแปลกใจ&lt;br /&gt;แต่พอใจแกว่งหรือฟุ้งไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ เมื่อไหร่ลายเส้นก็พลอยสะดุดไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฝ้ามองและพิจารณาไปเรื่อยๆ ถึงได้พบว่าสิ่งที่อ.ผ่อง กำลังสอนไม่ใช่แค่การลากเส้น&lt;br /&gt;แต่เป็นการดำรงจิตอยู่กับปัจจุบัน หากสายตาของเราสัมพันธ์กับปัจจุบันขณะของการ&lt;br /&gt;มองเห็นได้เมื่อไหร่ ภาพที่ปรากฎมันสวยเอง เพราะเส้นสายที่เกิดขึ้นมันเป็นธรรมชาติ&lt;br /&gt;ของการเห็น ยิ่งการเห็นของเราละเอียดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเข้าใกล้ความเป็นธรรมชาติ&lt;br /&gt;ของวัตถุมากขึ้นเท่านั้น ภาพที่เราวาดกับสิ่งที่มองเห็นก็คือสิ่งเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่า ทุกวันนี้การมองเห็นของเราในชีวิตเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;เราไม่เคยได้มีเวลาพิจารณาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างจริงจังเลย แม้ในขณะที่เรากำลังพูด&lt;br /&gt;อยู่กับคนตรงหน้า ในใจเราก็คิดไปถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งบ่อยครั้งก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่&lt;br /&gt;กำลังพูดเลย ใจมันคอยแวบไปแวบมาตลอด ทั้งการเห็นและการได้ยินจึงบิดเบี้ยวเอา&lt;br /&gt;มากๆ ขนาดว่าคู่สนทนาแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย กังวล รำคาญใจ เราก็แทบมองไม่เห็น&lt;br /&gt;เพราะเรามัวแต่หมกมุ่นกับความคิดหรือความรู้สึกในตัวเราเป็นหลัก เราปิดกั้นการรับรู้&lt;br /&gt;ของเราไปจนหมด ทั้งการมองเห็น การได้ยิน และการสัมผัส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตของเราจึงบิดเบือน บิดเบี้ยวเพราะไม่ได้อยู่กับความเป็นจริง เอาแค่ง่ายๆ&lt;br /&gt;เวลาเดินสวนกับเพื่อนที่ทำงาน แล้วเค้าส่งเสียงทักทายว่าเป็นไงบ้าง&lt;br /&gt;ฉันก็มักตอบว่า "สบายดี" โดยอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นฉันเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;รู้สึกอย่างไรจริงๆ เพราะใจฉันกำลังห่วงว่าเดี๋ยวจะเข้าประชุมสาย&lt;br /&gt;ขณะประชุมฉันก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคนที่กำลังพูด ทั้งๆ ที่ในสมองฉันคิดถึงเรื่องงานที่&lt;br /&gt;ต้องส่งสิ้นเดือนนี้ว่าจะทำทันมั้ย แต่ก็นั่นแหล่ะ ฉันไม่มีเวลามาหาคำตอบหรอกว่า&lt;br /&gt;วันนี้ฉันเป็นยังไงบ้าง และมันก็ผ่านไปเหมือนทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำ contour ช่วยสร้างประสบการณ์ให้ฉันดำรงอยู่กับปัจจุบันขณะด้วยกาย&lt;br /&gt;ด้วยใจ และทั้งหมดที่ตัวฉัน ไม่ใช่แค่คิดว่าฉันกำลังทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่แทบจะเป็น&lt;br /&gt;สิ่งเดียวกัน มือที่กำลังเคลื่อนไหวเพียงถ่ายทอดการมองเห็นของตัวฉันเท่านั้น&lt;br /&gt;มือที่มั่นคงก็สะท้อนการมองเห็นที่มั่นคง ภาพที่อ่อนช้อยนุ่มนวล ก็สะท้อนความฮ่อนโยน&lt;br /&gt;และประณีตในการมองเห็นของฉัน ฉะนั้น ตัวฉันกับศิลปะจึงไม่ได้แยกขาดจากกัน&lt;br /&gt;ศิลปะคือตัวฉัน ฉันคือศิลปะ พอตระหนักถึงตรงนี้ ฉันก็เลิกกังวลกับผลงานไปในทันที&lt;br /&gt;ภาพจะสวยหรือไม่สวยไม่สำคัญเท่ากับว่าในขณะที่ฉันกำลังทำงานศิลปะ ฉันมองเห็น&lt;br /&gt;อะไรต่างหาก การเห็น สามารถเกิดขึ้นทั้งข้างนอก (วัตถุ) และข้างใน (จิต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากฉันเพ่งจ้องวัตถุมากเกินไป โดยไม่เห็นฉันกำลังคาดหวังว่าภาพจะต้องออกมาดูดี&lt;br /&gt;งานศิลปะที่อยู่ตรงหน้าย่อมบ่งบอกถึงความตึง ความไม่ผ่อนคลาย ความไม่เป็นธรรมชาติ&lt;br /&gt;เส้นก็จะแข็งมาก หากเราผ่อนคลายมากเกินไปจนผลอยหลับบ้าง สะลึมสะลือบ้าง ลายเส้น&lt;br /&gt;ก็จะขาดน้ำหนัก ขาดความคมชัด เพราะฉะนั้นงานศิลปะจึงบอกสภาวะของผู้ทำงานศิลปะได้&lt;br /&gt;เป็นอย่างดี อ.ผ่อง บอกว่า มองปุ๊บเดียวก็พอจะเดาได้ว่า ใครเป็นอย่างไร นิสัยยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าอะไรเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การมองเห็นข้างนอกกับข้างมันไม่สัมพันธ์กันหรือ&lt;br /&gt;บางครั้งก็ขัดแย้งกัน ฉันคิดว่า อุปสรรคสำคัญก็คือ"ความคิด" ยิ่งคนมีความรู้มากก็มักปล่อยใจ&lt;br /&gt;ไปอยู่ที่ความคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งไปเรื่อยๆ จนไม่อยู่กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า&lt;br /&gt;อุปสรรคประการต่อมาก็คือ "ความคุ้นเคย" เวลาที่เราเผลอเรามักกลับไปทำในสิ่งที่คุ้นเคย&lt;br /&gt;ซึ่งทำให้เราไม่ได้เรียนรู้ เช่น เวลาเราขับรถไป คุยโทรศัพท์ไป เรามักพบว่าตัวเองกำลัง&lt;br /&gt;ขับรถตามแพทเทิร์นแบบที่เคยขับทุกวัน จนบางครั้งก็ลืมไปว่าตั้งใจจะไปอีกที่หนึ่งต่างหาก&lt;br /&gt;เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การวาดภาพแบบ contour จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่ช่วยให้ฉันได้ฝึกฝนให้อยู่กับปัจจุบัน&lt;br /&gt;ขณะของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะมองเข้าไปในตัวเองและเห็นถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นช้าๆ&lt;br /&gt;การเห็นจะช่วยให้เราหยุดตัวเองจากความคุ้นชินบางอย่าง เช่น ความหงุดหงิด ความเบื่อ&lt;br /&gt;เพราะทันทีที่เราเห็นมันก็ค่อยๆ ดับไป ซึ่งฉันพบว่าตัวเองทำได้เป็นช่วงๆ แล้วก็กลับไป&lt;br /&gt;กลับมาอยู่อย่างนั้น อาจารย์ก็ให้กำลังใจว่าดีแล้ว มันเป็นอย่างนั้นแหล่ะ พอเราทำบ่อยๆ&lt;br /&gt;เข้า หรือหมั่นฝึกฝนอยู่เนืองๆ จิตที่มีความสงบก็สามารถตั้งมั่นอยู่ได้นานขึ้น เป็นปกติมากขึ้น&lt;br /&gt;เราก็จะสามารถเข้าถึงความดี ความงาม และความจริงตามธรรมชาติในที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-8328983193211178735?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/8328983193211178735/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=8328983193211178735' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8328983193211178735'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8328983193211178735'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2009/03/1.html' title='ศิลปะกับการใคร่ครวญภายใน (1)'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-8836606150870154676</id><published>2009-02-18T06:49:00.000-08:00</published><updated>2009-03-22T12:18:16.233-07:00</updated><title type='text'>คุณเคารพตัวเองอย่างไรบ้าง?</title><content type='html'>มีคำถามมากมายที่วิ่งเข้ามาหาเราอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;แต่อาจมีเพียงไม่กี่คำถามในชีวิตที่จำเป็นสำหรับเราจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายวันมานี้ ฉันนั่งถามตัวเองว่า "ฉันกำลังทำอะไรอยู่"&lt;br /&gt;และ "อะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับฉันตอนนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรกๆ ฉันก็ตอบอย่างที่คุณคงเดาได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;"งาน ความสำเร็จ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ได้ทำอะไรใหม่ๆ ฯลฯ"&lt;br /&gt;พอฉันผ่อนคลายตัวเองและให้เวลาตัวเองนานขึ้นกับคำถามนี้&lt;br /&gt;กลับพบว่ามีหลายๆ คำตอบที่ฉันนึกไม่ถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความสงบ การท่องเที่ยว ธรรมชาติ หนังดีๆ สักเรื่อง คนที่เป็น&lt;br /&gt;แรงบันดาลใจ หนังสือ กินของอร่อย นอน ฯลฯ " ฉันตอบไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพักก็เริ่มค้นพบว่า ลึกๆ แล้วฉันต้องการการพักผ่อนต่างหาก&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะช่วงนี้ฉันทำงานมากจนเกินไป มากเสียจน&lt;br /&gt;แทบไม่มีเวลาได้หยุดคิดใคร่ครวญอย่างจริงจัง บางครั้งเราก็ปล่อย&lt;br /&gt;ให้กิเลสของเราควบคุมชีวิตของเราไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ละวันมักจะมีคำถามเข้ามาในชีวิตเรามากมาย&lt;br /&gt;ตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ การงาน ไปจนถึงความสัมพันธ์&lt;br /&gt;ทว่ามีสักกี่คำถามที่คุณสนใจตอบมันอย่างจริงจัง อย่างเช่น&lt;br /&gt;เป็นยังไงบ้าง?&lt;br /&gt;สบายดีมั้ย?&lt;br /&gt;ตอนนี้ทำอะไรอยู่?&lt;br /&gt;แม่รักผมหรือเปล่า?&lt;br /&gt;ผมจะตายมั้ยหมอ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามเหล่านี้มักผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ผ่านไปจนกลาย&lt;br /&gt;เป็นคำตอบโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;แต่มีคำถามนึงที่ฉันรู้สึกว่าไม่สามารถผ่านมันไปได้ง่ายๆ&lt;br /&gt;และเมื่อค้นหาคำตอบอย่างจริงจัง ฉันก็พบคำถามที่น่าสนใจมากมาย&lt;br /&gt;คุณอยากลองถามตัวเองบ้างมั้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คุณเคารพตัวเองอย่างไรบ้าง?"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-8836606150870154676?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/8836606150870154676/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=8836606150870154676' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8836606150870154676'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8836606150870154676'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2009/02/blog-post_18.html' title='คุณเคารพตัวเองอย่างไรบ้าง?'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-5596992666378460106</id><published>2009-02-16T09:40:00.000-08:00</published><updated>2009-02-16T10:53:40.012-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความในใจ'/><title type='text'>ด้วยรักและเคารพแด่ "ครู"</title><content type='html'>วันแห่งความรักเพิ่งผ่านพ้นไป&lt;br /&gt;หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องบอกรักกันแค่วันวาเลนไทน์&lt;br /&gt;นั่นสิ วันวาเลนไทน์สำหรับฉันก็แค่วันๆ หนึ่งเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;แต่พอมีเทศกาลมาเตือนให้เรานึกถึงคนที่เรารักบ้าง&lt;br /&gt;ก็ไม่เลวนักหรอก ทำให้ได้ทบทวนว่า&lt;br /&gt;ในชีวิตเรามีใครที่เราอยากบอกรักบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็พบว่า มีคน 2 คนที่ฉันรักและเคารพมาก&lt;br /&gt;แต่ไม่เคยบอกรักท่านเลย&lt;br /&gt;ใครกันนะ...อย่าเดาเลย จ้างให้ก็ทายไม่ถูกหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนแรกนั้นมีความหมายกับชีวิตฉันมาก&lt;br /&gt;ท่านเป็นทั้งครูผู้ให้ความรู้และนำทางจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้&lt;br /&gt;ท่านติดอาวุธทางปัญญาให้กับฉัน และสอนให้ฉันคิดเป็น&lt;br /&gt;สอนให้ฉันเคารพและให้เกียรติคนอื่นแม้เขาจะต่ำต้อยกว่า&lt;br /&gt;ที่สำคัญท่านสอนให้ฉันตระหนักว่า การให้โอกาสผู้อื่นนั้น&lt;br /&gt;คือการให้โอกาสตนเองได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;ซึ่งจะทำให้เราไม่มีวันเดินถอยหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านยังเป็นแบบอย่างของคนที่ใฝ่รู้อยู่เสมอ&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรที่ท่านตั้งใจแล้วทำไม่ได้  เพราะท่านเชื่อว่าคนเรา&lt;br /&gt;มีศักยภาพในการเรียนรู้ หากเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ&lt;br /&gt;และมีอุดมคติบางอย่างที่หล่อเลี้ยงวิถีแห่งการดำเนินชีวิต&lt;br /&gt;ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้รู้จัก ได้เรียนรู้ และทำงานกับท่านมา&lt;br /&gt;ไม่ต่ำกว่า 8 ปี  แม้วันนี้ฉันจะมีเส้นทางเป็นของตนเอง&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่เคยลืมพระคุณของครูท่านนี้เลยแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;ฉันจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้แสดงความรักและความเคารพแด่ครู&lt;br /&gt;ผู้เป็นแสงสว่างแห่งปัญญา "ดร.ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์"&lt;br /&gt;สงกรานต์ปีนี้จะหาโอกาสไปกราบท่านสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอีกท่านหนึ่งนั้นเป็นครูที่ไม่เคยได้พบหน้ากันอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;ไม่เคยพูดคุยกันแม้สักครั้งเดียว แต่ฉันก็สามารถเคารพท่าน&lt;br /&gt;ได้อย่างจริงใจ และขอบังอาจเรียกท่านว่าเป็นครูอีกคนหนึ่ง&lt;br /&gt;ในชีวิตของฉัน  ท่านผู้นี้ก็คือ "คุณชัชรินทร์ ไชยวัฒน์"&lt;br /&gt;เจ้าของคอลัมน์ "จุดไฟในนาคร" ในหนังสืออาทิตย์ข่าวพิเศษ&lt;br /&gt;ที่ฉันได้อ่านตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา จนกระทั่งหนังสือพิมพ์&lt;br /&gt;รายสัปดาห์ฉบับนี้ปิดตัวลงในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลงานเขียนของคุณชัชรินทร์ ในอาทิตย์ข่าวพิเศษนั้น&lt;br /&gt;มีอิทธิพลต่อมุมมองหรือวิธีคิดของฉันที่มีต่อสังคมการเมืองไทย&lt;br /&gt;เป็นอย่างมาก  ทุกตัวอักษรที่ปรากฎบนหน้ากระดาษ&lt;br /&gt;แสดงถึงความเฉียบคมและความลุ่มลึกในการเข้าถึงความจริง&lt;br /&gt;ที่อยู่เบื้องหลังปรากฎการณ์ทางสังคมในแต่ละยุคสมัยได้อย่าง&lt;br /&gt;น่าประทับใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งได้มีส่วนหล่อหลอมให้ฉันมีวุฒิภาวะในการคิดวิเคราะห์&lt;br /&gt;และสามารถเชื่อมโยงเหตุปัจจัยต่างๆ ทั้งในระดับปัจเจก&lt;br /&gt;ระดับสังคม และระดับโลกได้อย่างที่ไม่เคยได้เรียนในมหา'ลัย&lt;br /&gt;มาก่อน  อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในยามที่ท้อแท้ผิดหวัง&lt;br /&gt;กับสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองที่เหลวแหลกซ้ำซาก&lt;br /&gt;ทำให้ฉันเข้าใจและสามารถวางท่าทีต่อปรากฎการณ์ต่างๆ&lt;br /&gt;ที่เกิดขึ้น โดยไม่เป็นทุกข์จนเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเป็นข้อเขียนชิ้นแรกๆ ที่ทำให้ฉันนึกอยากอ่านธรรมะของ&lt;br /&gt;ท่านพุทธทาสขึ้นมา  ทั้งๆ ที่สมัยนั้นไม่ค่อยนิยมหนังสือธรรมะ&lt;br /&gt;สักเท่าไหร่ แถมยังมีอคติกับคนที่สนใจปฏิบัติธรรมด้วย&lt;br /&gt;บทวิเคราะห์หลายชิ้นของท่านสามารถเชื่อมโยงหลักธรรม&lt;br /&gt;โดยเฉพาะเรื่อง "อิทัปปัจจยตา" ได้อย่างน่าสนใจ  รวมถึงเรื่อง&lt;br /&gt;"ไกวัลยธรรม" ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจึงขอใช้โอกาสนี้แสดงความรักและความคารวะแด่ครูที่ไม่&lt;br /&gt;เคยพบหน้าท่านนี้ด้วย ท่านไม่จำเป็นต้องรู้จักฉัน และไม่มีความ&lt;br /&gt;จำเป็นที่ฉันต้องเพียรพยายามไปรู้จักท่าน ความกตัญญูกตเวทิตา&lt;br /&gt;ที่ฉันพึงมีต่อท่านก็คือ การดำเนินชีวิตในปัจจุบันของฉันต่างหาก&lt;br /&gt;ที่เป็นของขวัญหรือสิ่งแสดงความคาวระที่ท่านอยากเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในยามที่เหนื่อยล้าและท้อถอย&lt;br /&gt;ฉันมักนึกถึงครูทั้งสองท่านนี้  เหมือนท่านมายืนอยู่เบื้องหน้า&lt;br /&gt;และบอกฉันด้วยน้ำเสียงที่เมตตาว่า&lt;br /&gt;"ไม่มีสิ่งใดที่สูญเปล่า มีแต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ"&lt;br /&gt;ขอบพระคุณครูของฉันอีกครั้งที่ทำให้เดือนแห่งความรักนี้&lt;br /&gt;เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเต็มที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักครูค่ะ&lt;br /&gt;สุ้ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-5596992666378460106?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/5596992666378460106/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=5596992666378460106' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/5596992666378460106'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/5596992666378460106'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ด้วยรักและเคารพแด่ &quot;ครู&quot;'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-614997565019184129</id><published>2008-12-31T07:28:00.000-08:00</published><updated>2009-02-16T09:39:56.343-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เช็คอิน'/><title type='text'>ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ค่ะ</title><content type='html'>และแล้วปีเก่าก็กำลังจะผ่านไป&lt;br /&gt;เวลาทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์&lt;br /&gt;ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรที่ตั้งมั่นคงอยู่ได้ตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรดีกว่าการมีจิตที่ตั้งมั่น&lt;br /&gt;สามารถสงบระงับอยู่ได้ ไม่ว่าจะมีความผันแปรใดๆ&lt;br /&gt;ยิ่งในสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเผาจริงเผาหลอก ก็ขอให้ทุกท่านสามารถ&lt;br /&gt;วางใจได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุขจากการพึ่งตนเอง&lt;br /&gt;ลงมือกระทำในสิ่งที่เกื้อกูลต่อตนเองและผู้อื่น&lt;br /&gt;ชะล้างความโกรธความเกลียดให้ออกไปจากใจ&lt;br /&gt;เริ่มต้นปีใหม่ด้วยใจที่แจ่มกระจ่าง&lt;br /&gt;มีกายที่ตื่นรู้และจิตที่เป็นกุศลตลอดปีใหม่นี้นะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวัสดีปีใหม่ 2552&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-614997565019184129?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/614997565019184129/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=614997565019184129' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/614997565019184129'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/614997565019184129'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ค่ะ'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-2748068227726380972</id><published>2008-10-23T08:52:00.000-07:00</published><updated>2008-10-23T09:38:51.758-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายสงบ'/><title type='text'>เผชิญความตายอย่างสงบ ที่สาวิกาสิกขาลัย (2)</title><content type='html'>หลังจากที่พวกเราทำความคุ้นเคยได้ที่แล้ว พี่ฮัวก็บอกเล่าถึงแนวทาง&lt;br /&gt;ในการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายว่ามีหลักการสำคัญอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;มีการแลกเปลี่ยนซักถามกันบ้างเล็กน้อย จนกระทั่งได้เวลารับประทาน&lt;br /&gt;อาหารมื้อกลางวัน ซึ่งเป็นมื้อกลางวันที่แสนอร่อย เพราะเป็นอาหาร&lt;br /&gt;มังสวิรัติที่ปรุงอย่างปราณ๊ตและพิถีพิถันจากฝีมือแม่ครัวของชุมชนที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พออาหารตกถึงท้อง พวกเราก็เริ่มง่วง พวกเราเลยแก้ง่วงกันนิดหน่อย&lt;br /&gt;ด้วยกิจกรรมง่ายๆ พอให้ตื่นตัว ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมในภาคบ่าย&lt;br /&gt;ผ่านการทำบทบาทสมมติเพื่อเรียนรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย&lt;br /&gt;และแนวทางปฏิบัติที่เราสามารถค้นพบด้วยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนจับคู่กัน คนหนึ่งสวมบทเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย อีกคนหนึ่ง&lt;br /&gt;สวมบทเป็นเพื่อนผู้ป่วยที่เคยมาเยี่ยม 2-3 ครั้งแล้ว เธออยากช่วยให้&lt;br /&gt;ผู้ป่วยคลายความกังวลและมีวาระสุดท้ายที่สงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมบทบาทสมมติเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึง&lt;br /&gt;อารมณ์ความรู้สึกในขณะที่สวมบทบาทนั้นๆ โดยเฉพาะหากผู้สวมบทบาท&lt;br /&gt;ทำด้วยความตั้งใจ และรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละชั่วขณะอย่างจริงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนดูตั้งใจกันมาก บางคู่ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ&lt;br /&gt;บางคู่กอดกันกลม บางคู่พูดคุยกันอย่างอ่อนโยน เห็นทั้งท่าทาง สีหน้า&lt;br /&gt;แววตาและสัมผัสที่แสดงถึงความจริงใจ ข้าพเจ้ายังอดหลั่งน้ำตากับภาพ&lt;br /&gt;ที่เห็นตรงหน้าไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมบทบาทสมมติ ทุกคนได้มีโอกาสแบ่งปันประสบ&lt;br /&gt;การณ์ซึ่งกันและกัน พูดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงขณะ สิ่งที่&lt;br /&gt;ประทับใจ สิ่งที่อยากจะพัฒนาเพิ่มเติม บางคนถึงกับยอมรับว่าตนเอง&lt;br /&gt;มีความกลัวความกังวลเกิดขึ้น แต่เมื่อตั้งสติได้ และอยู่กับคนตรงหน้า&lt;br /&gt;อย่างแท้จริง ความกลัวความกังวลก็ค่อยๆหายไป กลายเป็นบทสนทนา&lt;br /&gt;ที่เป็นธรรมชาติ และหลายเรื่องราวในใจก็คลี่คลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทเรียนบทแล้วบทเล่าเอื้อนเอ่ยมาจากนักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมเรียนรู้&lt;br /&gt;ไม่มีถูกผิด แต่ทุกคนเริ่มตระหนักว่า สิ่งสำคัญคือการมีจิตใจที่พร้อมจะ&lt;br /&gt;ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงจัง รับฟังอย่างลึกซึ้งโดยไม่ตัดสิน เคารพและ&lt;br /&gt;ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข ให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสใคร่ครวญและค้นพบ&lt;br /&gt;ศักยภาพภายในตน มีอิสระที่จะตัดสินใจต่อชีวิตและอนาคตของตน&lt;br /&gt;โดยไม่รู้สึกผิด เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าเพียงทำหน้าที่สร้างเงื่อนไขและพื้นที่ของการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น&lt;br /&gt;เท่านั้น แต่บทเรียนที่เข้มข้นล้วนออกมาจากคุณภาพของผู้เรียนที่มี&lt;br /&gt;ความกระตือล้อร้นในการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้ตนเองได้สัมผัส&lt;br /&gt;กับความรู้สึกสดๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และรับรู้อย่างซี่อตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราปิดวงการเรียนรู้ด้วยการให้แต่ละคนสะท้อนความคิดของตน&lt;br /&gt;อย่างตรงไปตรงมา ข้าพเจ้ารับฟังด้วยความอิ่มใจ ทุกถ้อยคำที่ได้&lt;br /&gt;ยินเปรียบเสมือนบทกวีที่กลั่นออกมาจากใจ ทุกบรรทัดมีความรัก&lt;br /&gt;ความเมตตาและความจริงใจสอดแทรกอยู่เป็นระยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณที่ได้มาเยี่ยมเยือน  บทเรียนในวันนั้นมีค่าสำหรับข้าพเข้า&lt;br /&gt;เหลือเกิน  การได้เรียนรู้ร่วมกับกลุ่มคนที่มีคุณภาพเป็นเงื่อนไขที่หา&lt;br /&gt;ได้ยาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ตามมาล้วนน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-2748068227726380972?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/2748068227726380972/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=2748068227726380972' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/2748068227726380972'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/2748068227726380972'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/10/2.html' title='เผชิญความตายอย่างสงบ ที่สาวิกาสิกขาลัย (2)'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-5111521581917330095</id><published>2008-10-22T05:49:00.000-07:00</published><updated>2008-10-22T06:57:37.899-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายสงบ'/><title type='text'>เผชิญความตายอย่างสงบ ที่สาวิกาสิกขาลัย (1)</title><content type='html'>เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษา&lt;br /&gt;ป.โท ของสาวิกาสิกขาลัย นักศึกษากลุ่มนี้ถือเป็นรุ่นแรก รวมอาจารย์กับลูกศิษย์&lt;br /&gt;ก็ร่วม 27 คน นักศึกษาส่วนใหญ่มาจากหลายสาขาอาชีพ และมีความสนใจที่จะ&lt;br /&gt;พัฒนาจิตวิญญาณภายใน หัวข้อในการเรียนรู้คราวนี้ คือเรื่อง การช่วยเหลือด้าน&lt;br /&gt;จิตใจแก่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือผู้ใกล้ตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนหรือไม่เพราะบรรดาลูกศิษย์&lt;br /&gt;และคณาจารย์ก็มีภูมิความรู้มากกว่าดิฉันหลายเท่า  เมื่อคิดได้ว่าตัวเองไม่ได้&lt;br /&gt;ไปสอน  แต่ไปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มคนที่อยู่ที่นั่น อาการ&lt;br /&gt;วิตกกังวลก็คลี่คลายไปมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไปถึงเสถียรธรรมสถาน บรรยากาศที่ร่มรื่น และการต้อนรับที่อบอุ่นของ&lt;br /&gt;นักศึกษาและคณาจารย์รุ่นใหม่ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นที่ตั้ง ชวนให้รู้สึก&lt;br /&gt;เบิกบานยิ่งนัก เรานั่งเรียนกันที่ศาลากลางสวน ทุกคนมีอาสนะที่หุ้มด้วยผ้าขาว&lt;br /&gt;ไว้รองนั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไปถึงก็พบว่าพี่ฮัว หรืออ.สุรีย์ ลี้มงคล พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์&lt;br /&gt;ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน จากรพ.ศิริราช มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ดิฉันชวน&lt;br /&gt;พี่ฮัวมาเป็นวิทยากรร่วมด้วย เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ของพี่ฮัวน่าจะให้แง่คิด&lt;br /&gt;กับพวกเราได้ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งทุกทีเราจะเตี๊ยมกันค่อนข้างมาก และวางแผน&lt;br /&gt;กันเป็นขั้นตอนว่าจะทำอะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คราวนี้ดิฉันกับพี่ฮัวคุยกันทางโทรศัพท์คร่าวๆ บอกหัวข้อที่คิดว่ากลุ่มสนใจ&lt;br /&gt;จะเรียนรู้  แล้วก็กำหนดเวลากันหลวมๆ ประมาณว่า  ไปดูผู้ร่วมเรียนรู้ก่อนว่า&lt;br /&gt;เป็นยังไงบ้างแล้วค่อยปรับให้เหมาะให้พอดี ขาดเหลืออะไรก็ช่วยกันเติม&lt;br /&gt;ได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ไม่อยากให้บรรยากาศเคร่งเครียดจนเกินไป ซึ่งพี่ฮัวก็&lt;br /&gt;น่ารักมาก พยายามจัดสรรเวลาจนสามารถมาได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้จองคิวไว้&lt;br /&gt;ล่วงหน้า  ต้องขอบคุณพี่ฮัวมากๆ เลยที่ให้ความเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนเริ่มแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจและเล่าถึงข้อธรรม&lt;br /&gt;ที่คุณแม่บรรยายเมื่อเช้านี้ เนื่องในวันออกพรรษา และมีญาติโยมมาทำบุญ&lt;br /&gt;ใส่บาตรกัน ซึ่งชวนให้เรากลับมาใคร่ครวญภายในว่า เราทุกคนล้วนมีด้าน&lt;br /&gt;สว่างและด้านมืดอยู่ในตัวเราทั้งสิ้น  บางครั้งเราก็เป็นเทวดา นางฟ้า บางครั้ง&lt;br /&gt;ก็เป็นปีศาจ อสูรกาย เราต้องมองให้เห็นความจริงแท้ในตัวตนของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ชีศันสนีย์ เล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ แต่กลับกลายเป็นประเด็นเปิดวงได้อย่าง&lt;br /&gt;แนบเนียน  คุณแม่พูดถึงการเรียนรู้จากความทุกข์ว่า หลายครั้งความทุกข์ก็ให้&lt;br /&gt;บทเรียนที่มีคุณค่าแก่ชีวิต  ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อมโยงกับประสบการณ์ภายในของ&lt;br /&gt;ตนเองเมื่อต้องเผชิญทุกข์จากการสูญเสีย และพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก&lt;br /&gt;นั่นคือ คุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน ซึ่งกลายเป็นบทเรียนให้ดิฉันเริ่มคิดถึงการใช้ชีวิต&lt;br /&gt;โดยไม่ประมาทและหันมาสนใจฝึกฝนเรียนรู้เรื่องการเผชิญความตายอย่างสงบ&lt;br /&gt;จนกระทั่งปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องขอบพระคุณในความเมตตาของคุณแม่เป็นอย่างมาก ท่านเข้ามาด้วยความ&lt;br /&gt;ถ่อมตน และขอตัวไปทำภารกิจอื่นด้วยความอ่อนน้อมอย่างยิ่ง ถือเป็นบทเรียน&lt;br /&gt;แรกในวันนี้ที่นศ.ได้ประจักษ์แก่ใจด้วยตนเอง เพราะการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย&lt;br /&gt;ระยะสุดท้าย ผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือต้องอ่อนโยนและมีความถ่อมตนเป็นที่ตั้ง&lt;br /&gt;คนที่รู้จักถ่อมตนย่อมเป็นคนที่ฝึกฝนตนเองให้รู้จักลดและละวางอัตตาตัวตนอยู่&lt;br /&gt;เสมอๆ ยิ่งตัวเราเล็กลงเท่าไหร่เราก็จะสามารถ เข้าใจผู้อื่นและดำรงปัจจุบันขณะ&lt;br /&gt;ของเราร่วมกับคนที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้นเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้ากับพี่ฮัวเชื้อเชิญนักศึกษาและคณาจารย์ร่วมกันสร้างบรรยากาศการ&lt;br /&gt;เรียนรู้ด้วยการเปิดใจ ใช้การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และดูแลพื้นที่ของกันและกัน&lt;br /&gt;หลังจากนั้นเราก็ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันมากขึ้น&lt;br /&gt;ด้วยการยืนล้อมเป็นวงกลม ใช้คำถามหรือประเด็นเพื่อให้คนในวงเคลื่อนเข้า&lt;br /&gt;และออกเมื่อคิดว่าสิ่งนั้นสัมพันธ์กับตนเอง เช่น คนที่แต่งงานแล้ว คนที่พ่อแม่&lt;br /&gt;ยังมีชีวิตอยู่ คนที่คิดว่าตัวเองกลัวตาย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากต้องการสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายแล้ว ข้าพเจ้าเองยังแฝงเรื่องการ&lt;br /&gt;ทำความรู้จักกลุ่มผู้เรียนในเวลาอันจำกัดด้วย ช่วยทำให้ประเมินกลุ่มผู้เรียนได้&lt;br /&gt;ง่ายขึ้น และสำรวจว่ามีประเด็นอ่อนไหวอะไรที่ควรให้ความใส่ใจด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยังมีต่อ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-5111521581917330095?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/5111521581917330095/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=5111521581917330095' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/5111521581917330095'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/5111521581917330095'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/10/1.html' title='เผชิญความตายอย่างสงบ ที่สาวิกาสิกขาลัย (1)'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-2209118878861402766</id><published>2008-09-26T09:06:00.000-07:00</published><updated>2008-09-26T10:03:38.986-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เช็คอิน'/><title type='text'>หายไปไหน?</title><content type='html'>สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน และสวัสดีเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในตัวดิฉันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห่างหายจากบล๊อกไปนานจนแทบลืมไปแล้ว ถามว่าหายไปไหน ก็คงตอบแบบที่&lt;br /&gt;เคยได้ยินกันบ่อยๆ นั่นแหล่ะค่ะ "งานเยอะ" "ไม่มีเวลา"&lt;br /&gt;คำเหล่านี้ทำให้รู้สึกสบายใจว่า เราไม่ได้หายไป เพียงแต่ยังไม่สะดวก ยังไม่ใช่&lt;br /&gt;เวลาที่จะทำอะไรต่อมิอะไรที่อยากทำ  พร้อมกับปลอบใจตัวเองว่า สักพักก็คง&lt;br /&gt;ดีขึ้น แต่ถ้าลองมาพิจารณาดูจริงๆ แล้ว คำตอบที่หายไปหรือถูกซ่อนไว้ภายใต้&lt;br /&gt;คำตอบพื้นๆ เหล่านี้ก็คือ "เรากำลังหลงลืมตัวเราเอง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราหลงลืมอะไรในตัวเองบ้าง? ดิฉันเพิ่งตระหนักว่า ช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่&lt;br /&gt;หายไปนั้น ดิฉันแทบไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ปล่อยให้งาน ความอยาก และความ&lt;br /&gt;ขี้เกียจฉุดรั้งตัวเองอยู่กับพฤติกรรมเดิมๆ ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่าง&lt;br /&gt;ไร้สติ นอนดึกโดยที่งานก็ไม่คืบหน้า กินอาหารที่ตอบสนองความอยากอันมีที่มา&lt;br /&gt;จากความเครียด แวบหนึ่งรู้สึกว่า กินแล้วก็อ้วน จะกินไปทำไม แต่ทันใดนั้นก็มี&lt;br /&gt;เสียงที่รวดเร็วมากมาจากกิเลสภายในที่ตอบโต้ทันทีว่า&lt;br /&gt;"ช่วงเถอะให้รางวัลตัวเองสักหน่อย ช่วงนี้งานเยอะกินเยอะหน่อยก็ไม่เป็นไร"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องออกกำลังกายไม่ต้องพูดถึง "งานยังทำไม่ทันเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปออก&lt;br /&gt;กำลังกาย" ฟังดูเป็นเหตุผลดี แต่ไม่แน่ว่าจะเป็นความจริง มีคนเคยบอกว่าเวลา&lt;br /&gt;มันมีอยู่ของมัน แต่เราต่างหากที่ไม่ให้ความสำคัญ มีผู้คนจำนวนมากที่มีเวลา&lt;br /&gt;เท่ากับเรา แต่เขาสามารถดูแลตัวเองและดูแลงานให้สมดุลได้ คำว่าไม่มีเวลาจึง&lt;br /&gt;เป็นข้ออ้างของคนเกียจคร้านและปล่อยปละละเลยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอาจทำให้เราใช้เวลาอีกกว่าเท่าตัวเพื่อฟื้นฟูสุขภาพที่เราใช้งานอย่างหนักจน&lt;br /&gt;สะบักสะบอม เหมือนอย่างตอนนี้ที่ร่างกายของดิฉันอ่อนล้าไปหมด อาการปวด&lt;br /&gt;หลังกลับมารบกวนอีกครั้ง เส้นที่ขาเริ่มยึดเพราะนั่งหน้าจอทั้งวันโดยไม่เปลี่ยน&lt;br /&gt;อริยาบท สะบักและกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอแข็งตึงไปหมด บางวันยังดึงรั้งจนเกิด&lt;br /&gt;อาการเวียนหัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเอาเถอะ ผลจากการไม่ดูแลตัวเองก็เป็นเช่นนี้ กว่าจะรู้สึกตัวก็ปล่อยให้ร่างทรุด&lt;br /&gt;โทรมเต็มที่เสียก่อน ทั้งๆ ที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนทุกวัน แต่เรากลับทำเป็น&lt;br /&gt;ไม่ได้ยิน ไม่รับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น จนเมื่อร่างกายมันประท้วงเนี่ยแหล่ะ เราถึงค่อย&lt;br /&gt;ตระหนักว่า "สติปัญญาย่อมมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรง" ร่างกายที่แข็งแรง&lt;br /&gt;ทำให้ใจเราไม่อ่อนไหวกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามารบกวน ไม่หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย&lt;br /&gt;จิตใจก็ไม่ขุ่นมัวไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราก็สามารถทำงานได้มากหรือ&lt;br /&gt;มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ซึ่งต่างจากเวลาที่เราเครียด กล่าวเช่นนี้ ไม่ได้หมาย&lt;br /&gt;ความว่า ความเครียด กลายเป็นผู้ร้ายไปซะหมด บางครั้งความเครียดอ่อนๆ ช่วย&lt;br /&gt;ให้เราจดจ่อกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ามากไปก็กลายเป็นทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาคราวนี้จึงหวังว่าจะดูแลตัวเองดีขึ้น มีสติอยู่กับปัจจุบันขณะมากขึ้น&lt;br /&gt;เราสามารถสร้างสรรค์ความสุขจากภายในได้ ด้วยการกลับมาอยู่กับลมหายใจ&lt;br /&gt;ของเรา หายใจเข้าอย่างอ่อนโยน หายใจออกอย่างผ่อนคลาย และอย่าลืมว่า&lt;br /&gt;เราต้องดูแลร่างกายของเราให้เป็นฐานของศีลและปัญญาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝึกฟังเสียงร่างกายของเรา หยุดพักเมื่อร่างการต้องการการฟื้นตัว ผ่อนคลายเมื่อ&lt;br /&gt;ร่างกายอ่อนล้า กายที่ตื่นรู้ จะเหนี่ยวนำให้ลมหายใจมีความสงบ เบิกบาน และ&lt;br /&gt;สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันจิตที่ตื่นรู้ได้ง่าย ฉันใดก็ฉันนั้น&lt;br /&gt;เสียงประท้วงจากร่างกายคราวนี้ได้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง โอบกอด&lt;br /&gt;ตัวเองบ้างโดยไม่รู้สึกผิด หากเรายังไม่สามารถรักและอ่อนโยนกับตัวเราเอง&lt;br /&gt;เราจะแบ่งปันความรักความอ่อนโยนโดยไม่มีเงื่อนไขให้กับผู้อื่นได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูแลตัวเองกันเถอะค่ะ ว่าแล้วดิฉันก็ควรไปนอนเสียที เพราะนี่เกือบจะเที่ยงคืน&lt;br /&gt;แล้ว ราตรีสวัสดิ์นะคะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-2209118878861402766?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/2209118878861402766/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=2209118878861402766' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/2209118878861402766'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/2209118878861402766'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='หายไปไหน?'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-8924157499498859730</id><published>2008-07-29T08:13:00.000-07:00</published><updated>2008-07-31T10:43:49.979-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เวทีพบปะ'/><title type='text'>นับถอยหลังวันพบปะ 3 สิงหาคม นี้</title><content type='html'>ส่งสัญญาณเตือนค่ะว่าใกล้เวลาพบกันแล้วนะคะ&lt;br /&gt;พี่อนุชาส่งเสียงเก๊งๆ มาแต่ไกลแล้ว&lt;br /&gt;&lt;a href="http://tobeembryo.blogspot.com/"&gt;http://tobeembryo.blogspot.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครมาได้แวะมาบอกข่าวกันหน่อยนะคะ&lt;br /&gt;อ้อ อย่าลืมเอาเสื้อยืดขาวหรือกระเป๋ามาฝึกเพ๊นท์ด้วยนะคะ&lt;br /&gt;จะใช้เศษผ้าหรือผ้าปูโต๊ะที่หมองแล้วก็ได้ค่ะ มาเพิ่มสีสันให้สวยขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพบกันที่เรือนร้อยฉนำค่ะ&lt;br /&gt;สุ้ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-8924157499498859730?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/8924157499498859730/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=8924157499498859730' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8924157499498859730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8924157499498859730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/07/3.html' title='นับถอยหลังวันพบปะ 3 สิงหาคม นี้'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-8366650779483647055</id><published>2008-06-03T09:41:00.000-07:00</published><updated>2008-06-03T10:20:26.508-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เวทีพบปะ'/><title type='text'>เชิญเข้าร่วมเวทีพบปะ ครั้งที่ 1 วันที่ 3 สิงหาคม 51</title><content type='html'>เพื่อนๆ คะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ เครือข่ายพุทธิกา ขอเชิญเข้าร่วมเวทีพบปะ&lt;br /&gt;พูดคุยกันทุก 2 เดือน ในประเด็นเกี่ยวกับมุมมองต่อชีวิตและความตาย หรือ&lt;br /&gt;ประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย  การก้าวข้ามความทุกข์หรือวิกฤต&lt;br /&gt;ของชีวิต  รวมถึงประเด็นที่เป็นความสนใจร่วมกัน โดยจัดเป็นกิจกรรม 1 วัน&lt;br /&gt;แบบสบายๆ ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ต้นเดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มสายๆ หน่อย ประมาณสิบโมงเช้า มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง&lt;br /&gt;( อาจมีวิทยากรมาคุย หรือผลัดกันเล่าเรื่อง อ่านบทกวี ฯลฯ ) และมีช่วงเวลา&lt;br /&gt;ที่ได้ภาวนา หรือทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงบ่าย เพื่อให้แต่ละคนได้มีโอกาส&lt;br /&gt;กลับมาอยู่กับลมหายใจแห่งสติ ฝึกการใคร่ครวญภายใน และสะท้อนความคิด&lt;br /&gt;จากกิจกรรมหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญคือเป็นเวทีที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่าง&lt;br /&gt;เต็มที่ ภายใต้การยอมรับและเคารพความแตกต่างหลากหลาย ช่วยดูแลพื้นที่&lt;br /&gt;ของกันและกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันในทุกๆ ด้าน รวมทั้งช่วยกันทำให้เวทีนี้เป็น&lt;br /&gt;พื้นที่ของการฝึกฝนและขัดเกลาตัวเราเองให้รู้จักอ่อนน้อม รับฟังผู้อื่น และมี&lt;br /&gt;จิตที่ละเอียดขึ้นหรือประณีตขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เพิ่มเติมใน &lt;a href="http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/blog-post_31.html"&gt;http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/blog-post_31.html&lt;/a&gt; )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านนำขนม ผลไม้ และอาหารกลางวันมา&lt;br /&gt;รับประทานร่วมกัน ใครเตรียมไม่ทันก็มาแจมกันได้ค่ะ แบ่งๆ กัน&lt;br /&gt;สำหรับคอกาแฟ ทางสวนเงินมีมามีร้านกาแฟสดจำหน่ายในราคาที่พอเหมาะ&lt;br /&gt;ท่านสามารถเลือกใช้บริการหรือจะนำเครื่องดื่มมาเองก็ได้&lt;br /&gt;( มีถ้วยจานชามบริการสำหรับทุกท่าน แต่ต้องล้างเก็บภาชนะด้วยตนเอง )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำรองที่นั่งได้ที่คุณอุ๋ย (เครือข่ายพุทธิกา) 02-8869881 / 02-8830592&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 – 16.30 น.&lt;br /&gt;ณ อาคารเรือนร้อยฉนำ ( เจริญนคร 20-22 ) คลองสาน กรุงเทพฯ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.00 – 10.10 น. ทักทายสวัสดี&lt;br /&gt;10.10 – 10.45 น. ภาวะใกล้ตายและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบทิเบต&lt;br /&gt;-------------------โดย อ.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์&lt;br /&gt;10.45 – 12.00 น. พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน&lt;br /&gt;12.00 – 13.00 น. กินข้าวร่วมกัน&lt;br /&gt;13.00 – 13.15 น. สมาธิภาวนา&lt;br /&gt;13.15 – 14.30 น. ทำกิจกรรมร่วมกัน ( แต่ละครั้งจะไม่เหมือนกันสำหรับ&lt;br /&gt;-------------------ครั้งนี้จะชวน “เพนท์ผ้า” )&lt;br /&gt;-------------------โดย คุณเพ็รชลดา ซึ้งจิตสิริโรจน์&lt;br /&gt;14.30 – 15.00 น. พักดื่มน้ำ / เข้าห้องน้ำ&lt;br /&gt;15.00 – 16.30 น. สรุปกิจกรรม ( Reflection )&lt;br /&gt;------------------------------------&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;br /&gt;- เตรียมอาหาร ขนม ผลไม้ มารับประทานร่วมกัน&lt;br /&gt;- เตรียมถุงผ้า หรือเสื้อยืด หรือผ้าสีขาว (สีครีม) เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมเพนท์ผ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แผนที่เรือนร้อยฉนำ ( เจริญนคร )&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;a href="http://www.semsikkha.org/images/commerce/roichanum_map.jpg"&gt;http://www.semsikkha.org/images/commerce/roichanum_map.jpg&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-8366650779483647055?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/8366650779483647055/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=8366650779483647055' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8366650779483647055'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/8366650779483647055'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/06/1-3-51.html' title='เชิญเข้าร่วมเวทีพบปะ ครั้งที่ 1 วันที่ 3 สิงหาคม 51'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-1838771490241549641</id><published>2008-05-31T06:27:00.000-07:00</published><updated>2008-05-31T10:41:03.130-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เวทีพบปะ'/><title type='text'>เปิดพื้นที่สำหรับตัวอ่อนหรือหน่ออ่อนทางปัญญา</title><content type='html'>เพื่อนๆ คะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงปีสองปีมานี้ ดิฉันมีโอกาสได้ทำงานที่มีคุณค่าและได้เติบโตไปพร้อมกับงาน&lt;br /&gt;อยู่ 2 ชิ้น งานแรกคือ งานฝึกอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ ที่จัดร่วมกับ&lt;br /&gt;เสมสิกขาลัย ซึ่งเดิมทีดิฉันก็แค่ช่วยทำกระบวนการบ้างเป็นครั้งคราว&lt;br /&gt;แต่เนื่องจากช่วงหลังมีคนสนใจเป็นจำนวนมาก ก็เลยต้องขยายทีมและสร้าง&lt;br /&gt;กระบวนกรเพิ่มเติม ทำให้ต้องฝึกฝนอย่างมาก แต่ก็ท้าทายและสนุกดีค่ะ&lt;br /&gt;เพราะได้เรียนรู้จากพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้พัฒนาความมั่นคงภายใน&lt;br /&gt;ร่วมกับเพื่อนกระบวนกรด้วยกัน อีกทั้งได้เรียนรู้จากประสบการณ์และเรื่องเล่า&lt;br /&gt;ที่ผู้เข้าร่วมอบรมนำมาแบ่งปันอย่างจริงใจ และหลายครั้งเขาเหล่านั้นก็เป็นครู&lt;br /&gt;ให้กับดิฉันค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังการฝึกอบรมหลายคนบ่นว่าอยากเจอกันบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์&lt;br /&gt;ซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องทำนองนี้ไปคุยกับคนทั่วไปบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก&lt;br /&gt;จึงอยากมีเวทีหรือนัดหมายมาเจอกันหรือทำกิจกรรมด้วยกันบ้างเป็นระยะ&lt;br /&gt;ดิฉันรับปากว่าจะลองเอาไปคิดดู แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานชิ้นที่สองก็คือ การพัฒนางานอาสาสมัครที่รพ.จุฬา ซึ่งดิฉันไม่เคยมีความรู้&lt;br /&gt;และไม่มีพื้นฐานใดๆ มาก่อนเลย แค่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นมนุษย์&lt;br /&gt;และอยากเห็นงานอาสาสมัครเติบโตในเมืองไทยอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน&lt;br /&gt;หลังจากพัฒนา&lt;strong&gt;อาสาข้างเตียงมากว่า&lt;/strong&gt; 2 ปี ดิฉันมีอาสาสมัครที่ผ่านงาน&lt;br /&gt;ดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้ายเกือบ 50 คน&lt;br /&gt;หลายคนอยากทำต่อ บางคนไปทำงานอาสาสมัครประเภทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;บางคนเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ค้นพบคุณค่าความหมายของตน&lt;br /&gt;และส่งผลให้ชีวิตมีความสุขขึ้นไม่มากก็น้อย ในขณะที่อีกหลายคนมีภาระ&lt;br /&gt;ครอบครัวและงานการที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ยังส่งข่าวอยู่เนืองๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาสาสมัครหลายท่านก็กลายมาเป็นกัลยาณมิตรที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ&lt;br /&gt;จนกระทั่งมีอาสาฯ กลุ่มหนึ่ง ชวนกันจัด Meeting ทุก 2 เดือน&lt;br /&gt;ประมาณว่ามากินข้าว พูดคุย ไถ่ถามทุกข์สุขของกันและกัน&lt;br /&gt;จากที่เคยคุยกันสัก 2 ชั่วโมง ก็ขยายเป็น 3-4 ชั่วโมง และกลายเป็น 1 วัน&lt;br /&gt;ครั้งล่าสุด เมื่อ 5 พ.ค. 51 เราชวนกันไปนั่งคุยที่เรือนร้อยฉนำ (เจริญนคร)&lt;br /&gt;เอาขนมข้าวต้มติดมือมากินด้วย บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการพบปะที่ได้อัพเดตชีวิตของแต่ละคนไปด้วย&lt;br /&gt;บางคนก็เจอทุกข์หนักหนาสาหัส บางคนเพิ่งสูญเสียคุณพ่อ บางคนไปบวช&lt;br /&gt;บางคนก็ไปอบรมไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ น่าสนใจ ก็ถือโอกาสเล่าสู่กันฟัง&lt;br /&gt;คราวนั้นมีน้องคนหนึ่งชื่อ "ต๋ำ" เป็นเด็กหนุ่มที่สนใจการเคลื่อนไหวร่างกาย&lt;br /&gt;และการเต้นรำมาก โดยเฉพาะการร่ายรำแบบวัชรยานถึงกับลงทุนไปเรียนกับ&lt;br /&gt;คุรุที่ประเทศเนปาล จนสามารถแสดงการร่ายรำแบบวัชรยานได้อย่างมีพลัง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://tobeembryo.blogspot.com/2008/05/4-2551.html"&gt;http://tobeembryo.blogspot.com/2008/05/4-2551.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันเชิญชวนให้น้องต๋ำ สาธิตและร่ายรำให้เราดูเป็นตัวอย่างด้วย&lt;br /&gt;ปัจจุบันน้องต๋ำ ช่วยงานดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ที่มูลนิธิพันดารา&lt;br /&gt;เป็นครั้งคราว และสนใจจะเอาความรู้ที่เล่าเรียนมาช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย&lt;br /&gt;จึงได้เชื่อมร้อยเป็นเครือข่ายกันเอาไว้ แจกเบอร์ขออีเมล์กันวุ่นเลย555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงท้ายดิฉันได้ปรารภกับเพื่อนๆ ว่า มีหลายคนที่เคยผ่านการอบรมเผชิญ&lt;br /&gt;ความตายอย่างสงบ และอยากมีเวทีพบปะเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง&lt;br /&gt;หากชวนมารวมกันเป็นเวทีที่ใหญ่ขึ้นและเปิดกว้างมากขึ้นจะเป็นไปได้มั้ย&lt;br /&gt;เพื่อนสมาชิกก็เห็นดีด้วยค่ะ แต่ยังอยากให้คงบรรยากาศแบบกันเองเอาไว้&lt;br /&gt;อย่างน้อยมาแล้วไม่ได้อะไร ก็ยังได้มาผ่อนคลาย มากินข้าวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คิดแบบไม่คาดหวังสูงน่ะค่ะ ทำไปเรียนรู้ไป ค่อยๆ ปรับกันไป&lt;br /&gt;ช่วงแรกๆ ตั้งใจว่าจะทำแบบเดิมไปก่อนคือเป็นวงคุยแบบชิลชิล&lt;br /&gt;ตั้งแต่ 10.00 - 16.30 น. กินข้าวกลางวันด้วยกัน ใครมีขนม ผลไม้ อาหาร&lt;br /&gt;ก็ติดมือกันมาคนละอย่างสองอย่าง ขาดเหลืออะไรก็ค่อยไปซื้อเพิ่ม&lt;br /&gt;( เจ้าของสถานที่มีภาชนะให้ยืม แต่ต้องล้างเก็บให้เรียบร้อย )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเช้าจะเป็นวงพูดคุยเพราะสมองยังโล่งอยู่ ช่วงบ่ายจะมีการภาวนาและ&lt;br /&gt;ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อฝึกใช้ฐานกายหรือฐานใจบ้าง แทนที่จะใช้หัวอย่างเดียว&lt;br /&gt;รูปแบบกิจกรรมก็คงสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมาสะท้อนความคิดกัน&lt;br /&gt;ในตอนท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประเด็นการพูดคุยก็ค่อนข้างเปิดกว้างค่ะ แต่ไม่ถึงกับเรื่อยเปื่อย&lt;br /&gt;อาจจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย ประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย&lt;br /&gt;ระยะสุดท้าย การก้าวข้ามความทุกข์ แนวทางการเติบโตทางจิตวิญญาณ ฯลฯ&lt;br /&gt;โดยที่ทุกคนสามารถเป็นวิทยากรซึ่งกันและกัน หรืออาจเชิญคนข้างนอก&lt;br /&gt;มาพูดบ้างเป็นครั้งคราว อย่างเช่นครั้งหน้า ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค.51&lt;br /&gt;ที่เรือนร้อยฉนำนั้น เราก็ชวน ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ มาพูดคุยเรื่อง&lt;br /&gt;ภาวะใกล้ตายและการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบทิเบต เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้เรายังเปิดพื้นที่ให้กับประเด็นที่เป็นความสนใจร่วมกันหรือเรื่องราว&lt;br /&gt;ของเพื่อนๆ โดยสามารถนำเสนอเรื่องราวได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเล่า&lt;br /&gt;ประสบการณ์ อ่านบทกวี ร่ายรำ เล่นดนตรี ขับเสภา ฯลฯ ท่านที่สนใจก็สามารถ&lt;br /&gt;เข้าร่วมหรือเข้ามาติดตามหรืออ่านเรื่องราวได้ที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกเราอาจจะค่อยๆ ชวนคนที่คุ้นเคยหรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมของ&lt;br /&gt;เครือข่ายพุทธิกามาก่อน เช่น อาสาสมัคร คนที่เข้าอบรมเผชิญความตายฯ&lt;br /&gt;กลุ่มเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย ฯลฯ เมื่อกลุ่มแข็งแรงขึ้นหรือ&lt;br /&gt;ลงตัวมากขึ้นเราคงเปิดกว้างให้คนทั่วไปเข้าร่วมได้ ยังไงก็เข้ามาติดตาม&lt;br /&gt;หรือแสดงความเห็นได้ที่นี่นะคะ หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ของ&lt;br /&gt;โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ เครือข่ายพุทธิกาค่ะ&lt;br /&gt;(ตามลิงค์ขวามือไปก็ได้ค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยมิตรไมตรีค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-1838771490241549641?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/1838771490241549641/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=1838771490241549641' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/1838771490241549641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/1838771490241549641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/blog-post_31.html' title='เปิดพื้นที่สำหรับตัวอ่อนหรือหน่ออ่อนทางปัญญา'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-3772804763275375459</id><published>2008-05-31T03:12:00.000-07:00</published><updated>2008-06-01T00:54:07.093-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายสงบ'/><title type='text'>"วิธีชนะความตาย" ที่วัดศรีสุดาราม (3) ตอนจบ</title><content type='html'>พอมาถึงคำถามข้อที่ 4 เจ็ดวันสุดท้ายจะทำอะไรกับใคร?&lt;br /&gt;หลายกลุ่มก็มีความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า อยากมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม&lt;br /&gt;ได้อยู่กับคนที่รักและผูกพันใกล้ชิด ได้อยู่ท่ามกลางความสงบ เป็นต้น&lt;br /&gt;ซึ่งไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะทุกคนก็มองจากตนเองทั้งนั้น&lt;br /&gt;โดยอาศัยภาพประสบการณ์ในอดีต บริบทที่หล่อหลอมคนๆ นั้นขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนกันเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติธรรมเอาตอนใกล้จะตาย&lt;br /&gt;ก็อาจไม่ทัน ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและทำตั้งแต่วันนี้เดี๋ยวนี้&lt;br /&gt;เรียกว่าต้องมีต้นทุนมาบ้าง เมื่อเวลานั้นมาถึงเราจึงสามารถพร้อมรับมือกับ&lt;br /&gt;ความตายตรงหน้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ต่อให้เราหมายมั่นปั้นมือว่าจะตายแบบนั้นแบบนี้&lt;br /&gt;หรือฝึกปฏิบัติอะไรต่อมิอะไรมามากก็ตาม&lt;br /&gt;ถึงที่สุดความตายก็ยังเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่ดี&lt;br /&gt;คือไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ และจะเกิดขึ้นตอนไหน อย่างไร&lt;br /&gt;มีแต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดี&lt;br /&gt;จนความดีนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กระทั่งว่าตายเมื่อไหร่ก็พร้อมเมื่อนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การระลึกถึงความตายก็ดีหรือการพิจารณามรณสติก็ดี จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่าง&lt;br /&gt;สม่ำเสมอ ดังที่ พระไพศาล วิสาโล ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มล่าสุด&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ระลึกถึงความตายสบายนัก"&lt;/strong&gt; ว่า&lt;br /&gt;การพิจารณามรณสติ ช่วยสอนให้เราเรียนรู้อย่างน้อย 2 อย่างก็คือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1) เร่งขวนขวายในสิ่งที่ผัดผ่อน และ 2) ปล่อยวางในสิ่งที่ยึดติด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวคือ มีสิ่งสำคัญในชีวิตที่เรามักชอบผัดผ่อน เนื่องจากเห็นว่าทำเมื่อไหร่ก็ได้&lt;br /&gt;ไม่มีเส้นตาย เช่น การปฏิบัติธรรม การสร้างบุญกุศล การให้เวลากับครอบครัว&lt;br /&gt;หรือพ่อแม่ ในขณะที่กิจวัตรประจำวันของเรานั้นมีเรื่องอื่นๆ มากมายที่ดูเหมือน&lt;br /&gt;เร่งด่วนกว่าเพราะมีเส้นตายชัดเจน จึงบังคับอยู่ในทีให้ต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว&lt;br /&gt;เช่น ส่งลูกไปโรงเรียน หาลูกค้าให้ถึงเป้า ส่งงานตามกำหนด ผ่อนรถ&lt;br /&gt;ไปงานศพ ฯลฯ บางอย่างแม้ไม่สำคัญเลย แต่ดึงดูดใจมากกว่า เช่น&lt;br /&gt;ไปเที่ยวห้างที่กำลังลดราคา ไปชมภาพยนตร์ที่กำลังจะลาโรง หรือชมการ&lt;br /&gt;ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมเหล่านี้มักแย่งเวลาจากเราไปหมดจนไม่มีเหลือสำหรบสิ่งที่สำคัญเร่งด่วน&lt;br /&gt;ผลก็คือ ต้องเลื่อนเวลาเข้าอบรมปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ หรือไม่มีเวลาให้กับ&lt;br /&gt;ครอบครัวเสียที ส่วนการไปเยี่ยมพ่อแม่หรือบวชให้ท่านก็ต้องผัดแล้วผัดอีก&lt;br /&gt;มีหลายคนที่ต่อเมื่อป่วยหนักกระทันหันจึงค่อยรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้&lt;br /&gt;ในขณะที่ยังมีสุขภาพดีอยู่ บางคนมาได้คิดเมื่อตอนใกล้ตาย&lt;br /&gt;แต่ถึงตอนนั้นก็สายเสียแล้วที่จะทำอะไรได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการปล่อยวางในสิ่งที่ยึดติด พระไพศาล อธิบายว่า&lt;br /&gt;ความยึดติดนั้น คือ เหตุผลสำคัญที่ทำให้เราไม่พร้อมเผชิญกับความตาย&lt;br /&gt;เพราะความตายหมายถึงการพลัดพรากจากสิ่งเหล่านี้ คนเรายึดติดหลายอย่าง&lt;br /&gt;ทั้งบุคคลและสิ่งของ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ความห่วงหาอาลัยสิ่งเหล่านี้&lt;br /&gt;ทำให้ผู้คนจำนวนมากทุรนทุรายกระสับกระส่ายเมื่อความตายมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องฝึกปล่อยวางความยึดติดก่อนที่เราจะตาย&lt;br /&gt;ทั้งคน สิ่งของ การงาน ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ กระทั่งตัวตนของเรา&lt;br /&gt;เพราะไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริงเลย แม้แต่ร่างกายของเรา&lt;br /&gt;ก็ต้องเน่าเปื่อยผุพังสักวันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;( ตัดตอนบางส่วนจากหนังสือ ระลึกถึงความตายสบายนัก เขียนโดยพระไพศาล วิสาโล&lt;br /&gt;จัดพิมพ์โดย เครือข่ายพุทธิกา )&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;การที่เราจะสามารถเอาชนะความตาย หรืออยู่เหนือความตายได้&lt;br /&gt;ก็ต่อเมื่อเรายอมรับความจริงที่ว่า เราต้องตายแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง&lt;br /&gt;อาจเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ได้ ดังภาษิตทิเบตที่กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ชาติหน้าหรือวันพรุ่งนี้ อะไรจะมาก่อน เราไม่มีทางรู้ได้"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ การฝึกเตรียมพร้อมรับมือกับความตายด้วยการฝึกตายอยู่บ่อยๆ&lt;br /&gt;เช่น เมื่อออกจากบ้าน เมื่อโดยสารเครื่องบิน เมื่อพบเจออุบัติเหตุ เมื่อขับรถ&lt;br /&gt;เมื่อไปเยี่ยมคนป่วยที่รพ. ฯลฯ เหล่านี้จะช่วยให้เราพร้อมและสามารถเผชิญ&lt;br /&gt;ความตายได้อย่างสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;**ขอบคุณมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและนักศึกษาป.โท &lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ทุกท่านสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและการอำนวยความสะดวกในทุกด้านค่ะ**&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-3772804763275375459?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/3772804763275375459/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=3772804763275375459' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/3772804763275375459'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/3772804763275375459'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/3.html' title='&quot;วิธีชนะความตาย&quot; ที่วัดศรีสุดาราม (3) ตอนจบ'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-6406763457122557082</id><published>2008-05-31T01:25:00.000-07:00</published><updated>2008-05-31T05:39:56.508-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายสงบ'/><title type='text'>"วิธีชนะความตาย" ที่วัดศรีสุดาราม (2)</title><content type='html'>หลังจากแนะนำตัวและเล่าที่มาที่ไปของแต่ละคนแล้ว&lt;br /&gt;คราวนี้ดิฉันก็แจกกระดาษ A4 ให้ผู้เข้าร่วมคนละแผ่น&lt;br /&gt;ให้ทุกคนพับครึ่ง แล้วก็พับครึ่งอีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;เมื่อคลี่ออกรอยพับจะทำให้กระดาษ A4 แบ่งออกเป็น 4 ช่องแบบง่ายๆ&lt;br /&gt;จากนั้นก็ให้เขียนหมายเลขกำกับที่หัวมุมของแต่ละช่อง 1,2,3 และ 4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันตั้งคำถามเพื่อให้แต่ละท่านตอบคำถามทีละข้ออย่างช้าๆ&lt;br /&gt;โดยที่ก่อนตอบขอให้ทุกคนใคร่ครวญภายในตอนเองอย่างลึกซึ้ง&lt;br /&gt;รับฟังเสียงที่อยู่ข้างใน ตอบอย่างจริงใจและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตน&lt;br /&gt;ไม่ต้องกังวลว่าจะตอบผิดตอบถูก เพราะไม่ใช่การตอบข้อสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำถามข้อ 1&lt;/strong&gt; อะไรที่ทำให้ท่านมีความสุข?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำถามข้อ 2&lt;/strong&gt; อะไรที่ทำให้ท่านไม่มีความสุข?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำถามข้อ 3&lt;/strong&gt; ถ้าเลือกได้ท่านอยากตายแบบไหน?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำถามข้อ 4 &lt;/strong&gt;เจ็ดวันสุดท้ายของชีวิตท่านจะทำอะไร และกับใคร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อทุกคนเขียนคำตอบของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดิฉันให้นับ 1-6&lt;br /&gt;เพื่อแบ่งเป็นกลุ่มย่อย 6 กลุ่มๆ ละ 4-5 คน&lt;br /&gt;ซึ่งแต่ละคนจะมีโอกาสแบ่งปันความคิดเห็นหรือความรู้สึกของตนให้กลุ่มรับฟัง&lt;br /&gt;โดยเกี่ยวเนื่องกับคำถามทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกกลุ่มมีเวลา 40-45 นาที ซึ่งตอนแรกกังวลว่าจะมากไปหรือไม่&lt;br /&gt;แต่ดูจากบรรยากาศแล้วปรากฎว่าทุกกลุ่มคุยกันอย่างออกรส&lt;br /&gt;บางคนอาจจะพูดน้อย บางคนอาจจะพูดมากหน่อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา&lt;br /&gt;เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน และเรื่องราวที่ได้ยินก็อาจเป็นประโยชน์ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังเกตว่าแต่ละกลุ่มใช้เวลาสั้นมากในการทำความรู้จักและพูดคุยกัน&lt;br /&gt;แต่ดูเปิดเผย จริงใจ และคุ้นเคยกันเร็วมาก&lt;br /&gt;การเพิ่งรู้จักกันบางครั้งก็เป็นข้อดีที่ทำให้เราสามารถพูดถึงบางเรื่องที่อยู่ในใจได้&lt;br /&gt;โดยไม่ต้องกังวลว่าคนฟังจะรู้สึกหรือคิดกับเราอย่างไร เพราะเดี๋ยวก็แยกกันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางครั้งความคุ้นเคยหรือไว้วางใจก็ช่วยทำให้เราสามารถคลี่คลายปมปัญหา&lt;br /&gt;บางอย่างที่อยู่ภายในใจได้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าผู้ฟังพร้อมจะเข้าใจและรับฟัง&lt;br /&gt;โดยไม่ตัดสินว่าเราเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ขึ้นอยู่บริบท เนื้อหา และความต้องการ&lt;br /&gt;ของผู้เข้าร่วมที่เราไปจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งนี้สังเกตว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่อยากมีพื้นที่ของการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน&lt;br /&gt;ในเรื่องความตายและประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย&lt;br /&gt;การแบ่งเป็นกลุ่มย่อยช่วยให้แต่ละคนได้พูดมากขึ้น ได้แบ่งปันประสบการณ์&lt;br /&gt;ของตนอย่างเต็มที่ ในขณะที่มีเพื่อนๆ ในกลุ่มพร้อมจะรับฟัง&lt;br /&gt;บรรยากาศจึงดูผ่อนคลาย สบายๆ และรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ่านไป 45 นาที เรากลับมารวมกันเป็นวงใหญ่อีกครั้ง&lt;br /&gt;เพื่อสรุปสิ่งที่เราได้เรียนรู้กันในแต่ละกลุ่ม แต่เนื่องจากมีเวลาเหลือไม่มาก&lt;br /&gt;ดิฉันจึงให้ตัวแทนกลุ่มแบ่งปันเฉพาะคำถามข้อที่ 3 และ 4&lt;br /&gt;ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีคำตอบที่ใกล้เคียงกัน เช่น&lt;br /&gt;ข้อ 3 ส่วนใหญ่ก็อยากตายแบบไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ทรมาน มีสติก่อนตาย&lt;br /&gt;รวมถึงได้สั่งเสีย ได้สะสางเรื่องห่วงกังวล ได้ทำพินัยกรรมเรียบร้อย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีบางคนที่อยากหลับตาย แต่ก็มีบางคนแย้งว่าตายขณะมีสติน่าจะดีกว่า&lt;br /&gt;โดยเฉพาะในทางพุทธศาสนาที่เชื่อในเรื่องจิตสุดท้ายก่อนตายหรือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"อาสันนกรรม"&lt;/strong&gt; กรรมจวนเจียนจะสิ้นใจ ถ้าจิตน้อมไปในทางที่เป็นกุศลหรือ&lt;br /&gt;ความดีที่ได้ทำก็จะไปสู่สุคติ แต่ถ้าไปตกอยู่ในความทุกข์หรือความชั่วที่ได้&lt;br /&gt;เคยกระทำเชื่อว่าจะไปสู่ทุคติได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าคนที่ทำความดีมาตลอดหากมาพลาดท่า&lt;br /&gt;เสียทีในตอนสุดท้ายแล้วจะต้องได้รับผลกรรรมที่ไม่ดีนั้นไปตลอด เพียงแต่&lt;br /&gt;อาสันนกรรมจะให้ผลก่อน แต่ถ้าคนๆ นั้นทำความดีมามาก ผลแห่งความดี&lt;br /&gt;หรือกุศลที่สร้างมาก็จะตามมาให้ผลในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้อง&lt;br /&gt;กังวลให้มาก &lt;em&gt;หากเราเชื่อมั่นในความดีของเรา ผลที่ตามมาย่อมเป็นไปตาม&lt;br /&gt;เหตุตามปัจจัยนั้นๆ&lt;/em&gt; ดังคำสอนของท่านพุทธทาสในเรื่อง ปฏิจจสมุทบาท&lt;br /&gt;และอิทัปปัจยตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเราอยากตายอย่างมีสติสิ่งที่เราควรตระหนักก็คือว่า ช่วงเวลาใกล้ตายนั้น&lt;br /&gt;คือนาทีทอง ท่านพุทธทาสสอนว่า &lt;strong&gt;"ให้ตกกะไดพลอยกระโจน"&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;หมายความว่า เวลาใกล้ตายหรือจวนเจียนจะหมดลม ให้ปล่อยวางให้หมด&lt;br /&gt;ไม่ต้องไปห่วงกังวลหรือคิดหน้าคิดหลังว่าจะไปเกิดเป็นอะไร&lt;br /&gt;ให้เดินหน้าลูกเดียวและยอมรับทุกอย่างไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยังมีต่อ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-6406763457122557082?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/6406763457122557082/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=6406763457122557082' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/6406763457122557082'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/6406763457122557082'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/2.html' title='&quot;วิธีชนะความตาย&quot; ที่วัดศรีสุดาราม (2)'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-4750654008680725615</id><published>2008-05-30T11:20:00.000-07:00</published><updated>2008-05-31T05:40:23.294-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายสงบ'/><title type='text'>"วิธีชนะความตาย" ที่วัดศรีสุดาราม (1)</title><content type='html'>เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;ได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2551&lt;br /&gt;ที่จัดโดยนักศึกษาปริญญาโท สาขาชีวิตและความตาย&lt;br /&gt;ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย&lt;br /&gt;โดยจัดขึ้นที่อาคารเรียนของมหาจุฬาฯ ภายในวัดศรีสุดาราม (บางขุนนนท์)&lt;br /&gt;หัวข้อน่าสนใจเชียว &lt;strong&gt;"วิธีชนะความตาย : มิติทางสังคมปัจจุบัน"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวิธีชนะความตายด้วยหรือ? น่าสนเน๊อะ หลายคนคงคิดเช่นนั้น&lt;br /&gt;เรียกว่าตั้งหัวข้อการสัมมนาชวนให้ฉงนและเกิดความสนใจใคร่รู้&lt;br /&gt;มีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 300 คน ( ประเมินด้วยสายตา )&lt;br /&gt;มีทั้งพระ ฆราวาส คณาจารย์ และคณะผู้จัดฯ มากหน้าหลายตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัมมนาและรับผิดชอบห้องย่อยในภาคบ่าย&lt;br /&gt;ความที่เป็นผู้จัดการโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ&lt;br /&gt;และมีประสบการณ์ในการฝึกอบรมมาระดับหนึ่ง จึงทำให้ทางคณะผู้จัดให้เกียรติ&lt;br /&gt;และความไว้วางใจให้ดูแลห้องย่อยกับเค้าด้วยหนึ่งห้อง&lt;br /&gt;( มีทั้งหมด 7 ห้อง ได้แก่ โยคะ ฉือจี้ จิตวิวัฒน์ เป็นต้น )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้องย่อยที่ดิฉันดูแลชื่อว่า &lt;strong&gt;"ประสบการณ์ชนะความตาย"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แค่ฟังชื่อก็แหยงแล้ว เพราะดิฉันเองก็ยังกลัวตาย และไม่เคยตาย&lt;br /&gt;จะมาเล่าประสบการณ์ชนะความตายได้อย่างไร?&lt;br /&gt;มาตั้งสติได้ว่าผู้จัดคงมีเจตนาท้าทายให้ฉุกคิดหรือชวนกันคิดมากกว่า&lt;br /&gt;ซึ่งก็เป็นดังคาด เพราะมีผู้สนใจที่ลงชื่อเข้าร่วมกว่า 30 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากมีเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหัวข้อดังกล่าว&lt;br /&gt;ดิฉันเริ่มต้นจากการให้แต่ละคนแนะนำตัว และพูดถึงสิ่งที่ตนเองคาดหวัง&lt;br /&gt;ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้ว่า "ความสนใจเรื่องความตาย" ของแต่ละคน&lt;br /&gt;ล้วนมีที่มาและความคาดหวังที่แตกต่างกัน&lt;br /&gt;มีทั้งกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในงาน&lt;br /&gt;บ้างก็เพิ่งผ่านประสบการณ์การพลัดพรากและสูญเสีย&lt;br /&gt;บ้างก็อยากจะได้เทคนิควิธีการไปใช้ดูแลคนในครอบครัวซึ่งกำลังเจ็บป่วย&lt;br /&gt;และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับตนเองด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายเรื่องราวที่ได้ยินฟังดูคุ้นเคยอย่างยิ่ง เพราะก็เกิดขึ้นกับดิฉันเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;ประสบการณ์บางอย่างก็ให้แง่คิดที่ทำให้เราตระหนักว่า&lt;br /&gt;&lt;em&gt;"ใดๆ ล้วนอนิจจัง ชีวิตนี้ไม่เที่ยงแท้แน่นอน"&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;บางประสบการณ์ก็ต้องอาศัยเวลาในการคลี่คลาย และเยียวยาบาดแผล&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ป่วยการที่เราจะถวิลหาอดีตที่ไม่สามารถย้อนคืน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หรือครุ่นคิดถึงอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การอยู่กับปัจจุบันขณะ และสร้างเหตุปัจจัยให้ถึงพร้อมย่อมสำคัญยิ่งกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความไม่รู้อาจทำให้เรานึกเสียดายว่า&lt;br /&gt;ไม่ได้ทำอะไรอีกตั้งมากมายให้กับคนที่เรารักก่อนตาย&lt;br /&gt;แต่ความรู้ที่ไม่มีปัญญาคอยกำกับก็อาจทำให้เราหลงทางหรือยึดติดได้เช่นกัน&lt;br /&gt;ดังเรื่องเล่าของคุณป้าคนหนึ่ง ที่ยึดถือเรื่องจิตสุดท้ายก่อนตาย&lt;br /&gt;และเกรงว่าหากจิตไม่ตั้งมั่นจะไปตกอบายภูมิ ช่วงใกล้วาระสุดท้ายจึงพยายาม&lt;br /&gt;จดจ่อหรือท่องจำความดีที่ตนเองได้กระทำมาตลอดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยหวังว่าความดีเหล่านั้นจะนำพาให้จิตไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี ได้เสวยสุข&lt;br /&gt;ในชั้นเทพชั้นพรหม ยิ่งเมื่อร่างกายเริ่มเสื่อมถอย คุณป้าก็ยิ่งท่องหรือตั้งใจ&lt;br /&gt;นึกถึงเรื่องดีๆ อย่างขะมักขะเม้นและเคร่งเครียดมาก&lt;br /&gt;บางครั้งถึงกับจดลงกระดาษไว้เป็นข้อๆ เพราะเกรงว่าจะลืมหรือนึกไม่ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงเวลานั้นแทนที่ญาติมิตรจะได้ดูแลใกล้ชิด ได้สั่งเสียหรือกล่าวอโหสิกรม&lt;br /&gt;ก็เลยพาลไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะท่านจะแสดงอากัปกิริยาหงุดหงิดเมื่อมีใครเข้า&lt;br /&gt;ไปรบกวนการระลึกถึงความดีของท่าน&lt;br /&gt;กลายเป็นว่าจิตที่เคยผ่องใสจากการทำความดี กลับต้องมาขุ่นมัว&lt;br /&gt;เพราะความกลัวว่าจะไปไม่ดี แท้จริงแล้วพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ไม่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไรก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สู้เราวางใจให้เป็นอิสระจากความอยากได้อยากเป็น&lt;br /&gt;ปลดปล่อยใจเราให้เป็นอิสระจากความยึดมั่นถือมั่น&lt;br /&gt;แม้กระทั่งความยึดถือในตัวตนหรือตัวฉัน&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;ทำได้เช่นนี้เราจึงสามารถเอาชนะความตายด้วยการอยู่เหนือความตาย&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;(ยังมีต่อ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-4750654008680725615?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/4750654008680725615/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=4750654008680725615' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/4750654008680725615'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/4750654008680725615'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/1.html' title='&quot;วิธีชนะความตาย&quot; ที่วัดศรีสุดาราม (1)'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6242901906535140857.post-4833406209475616825</id><published>2008-05-30T10:51:00.000-07:00</published><updated>2008-06-02T10:35:17.849-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เช็คอิน'/><title type='text'>ริอ่านจะมีบล๊อก</title><content type='html'>ฉันมี Blog แล้วนะ อิ อิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นใครๆ เค้าก็มีบล๊อกกัน ก็อยากจะมีบ้าง&lt;br /&gt;อ่านของคนอื่นมาเยอะแล้ว&lt;br /&gt;อยากลองเขียนบล๊อกดูสักที&lt;br /&gt;ก็ได้แต่คิด คิด แล้วก็คิด เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆ&lt;br /&gt;เรื่องที่ดูง่ายก็กลายเป็นของยาก&lt;br /&gt;อ่านคู่มือก็แล้ว ดูคำแนะนำใน go to know ก็แล้ว&lt;br /&gt;เอาเข้าจริง ก็กลัวว่าจะผิดพลาด ไม่ได้เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าออกมาไม่ดี อายเค้าตายเลย!&lt;br /&gt;ความคิดนี้ไม่รู้มายังไง หลอนมาก&lt;br /&gt;สุดท้ายก็ &lt;strong&gt;"ช่างมันเถอะ"&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ยอมจำนนตั้งแต่ยังไม่เริ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมน้ำหน้าตัวเอง จนเค้าเลิกฮิตกันแล้ว ก็ยังทำไม่เป็นเลย&lt;br /&gt;กระทั่งเจอพี่คนหนึ่ง เค้าบอกว่า &lt;strong&gt;"ลงมือทำไปเลย"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผิดก็ทำใหม่ เสียก็ลบทิ้ง จะกลัวอะไร&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"พี่ก็เป็นอย่างเธอนี่แหล่ะ มัวแต่อ่านมัวแต่ศึกษาอยู่นั่น ไม่ได้ทำสักที"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอลงมือทำจริงๆ ที่คิดว่ายากก็ง่ายนิดเดียว&lt;br /&gt;ลองคลิก ลองเติมไปเรื่อย ก็เป็นเอง&lt;br /&gt;เออ....ค่อยมีแรงบันดาลใจหน่อย&lt;br /&gt;แล้วก็ได้ผล &lt;strong&gt;"ตอนนี้ฉันมีบล๊อกแล้วน๊า"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง ฉันมีบล๊อกแล้วน๊า เย้ๆๆๆๆๆ&lt;br /&gt;แต่จะได้เรื่องแค่ไหน อันนี้ไม่รับประกัน&lt;br /&gt;เพราะยังเป็นมือใหม่ที่ไม่ค่อยจะมีวินัยเสียด้วย&lt;br /&gt;แค่อยากมีกับเค้าบ้าง เผื่อมีบางเวลาที่อยากเขียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จะมีใครมารับน้องใหม่บ้างมั้ยคะ?&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;( ขอบคุณพี่อนุชา กัลยาณมิตรผู้อารีที่ทำให้มีบล๊อกกับเค้าเสียที )&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6242901906535140857-4833406209475616825?l=suiwanna.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suiwanna.blogspot.com/feeds/4833406209475616825/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6242901906535140857&amp;postID=4833406209475616825' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/4833406209475616825'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6242901906535140857/posts/default/4833406209475616825'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suiwanna.blogspot.com/2008/05/blog-post.html' title='ริอ่านจะมีบล๊อก'/><author><name>วรรณา จารุสมบูรณ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00285708904807359282</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/_eT9xWBpDSnY/SVuU9YY3TrI/AAAAAAAAADw/XM9Hjv0SXn4/S220/DSCF0955new.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
